Privates_01

ผมเป็นคนชอบทำงานตอนกลางคืน คือว่าตอนเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่ทำอะไรได้ไม่ค่อยดี จนพี่รัตนที่อยู่ที่เยอรมนีรู้ดีว่า ตอนเช้าๆอย่านัดไปเจอหรือไปเรียนด้วยกันถ้าไม่จำเป็น เพราะจิตยังไม่เข้าร่าง ตอนกลางคืนกลับจะมีความคิดใหม่ๆ และจินตนาการสูงมาก ด้วยเหตุนี้ ตอนที่เรียนอยู่ที่เยอรมนี โดยเฉพาะช่วงที่เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกอยู่นั้น ผมก็จะเขียนงานตอนกลางคืนเสียเป็นส่วนใหญ่ คือตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นไป จนถึงตี 2 ตี 3 แล้วก็จะตื่นประมาณ 8 หรือ 9 โมงเช้าบ้าง ถ้าไม่มีภาระหน้าที่เช่น ไปเป็นล่ามหรือต้องแปลเอกสาร เป็นนักศึกษาช่วยงานที่มหาวิทยาลัย หรือไม่ก็เข้าห้องสมุด จนแฟนผมเขียนกลอนอันแสนจะน่าเอ็นดูให้ตอนที่เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จ(เสียที ด้วย laptop อันแสนจะเก่าแก่และพัดลมระบายความร้อนก็เสียงดังมาก)ว่า

for Noraseth as he completes his dissertation:

Hibernation

Little Bärchen
in his book-den
with his book-lamp
all winter reading,
pawing the loud-fanned laptop
(hoping it won’t crash!) –
laundry and cooking,
housework too,
hardly sleeping –
not like normal
hibernation.

Kassel, 24 March 2007

ตอนกลางวันหรือบ่าย ผมก็จะออกไปซื้อของ หรือนั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายประสาทก่อนที่จะกลับไปเขียนงานของตัวเองอีกทีตอนเย็น เพื่อนๆก็จะรู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าชวนเจ้านี่ไปดื่มกาแฟทีไร ไม่เคยปฏิเสธซักหน

คนที่รู้จักผมก็จะรู้ว่าวงจรชีวิตประจำวันของผมเป็นลักษณะนี้อยู่แทบจะตลอด แต่ถ้าคนที่ไม่สนิทมากหรือเจอกันไม่บ่อย ก็จะเห็นว่าเจอผมทีไรก็เจอที่ร้านกาแฟของมหาวิทยาลัยทุกที ก็เลยมีการเอาไปพูดกันต่อว่า ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับงานปริญญาเอกเท่าไหร่ หรืออีกทีก็คิดไปว่า ผมคงทำงานเสร็จแล้วแต่คงไม่อยากกลับเมืองไทย เลยดึงเวลาอยู่เยอรมนีต่อเรื่อยๆ (คิดมากกันจังเลย)

มนุษย์เราทุกคนแตกต่างกัน อย่างผมเองเป็นคนแบบที่เล่า จะให้นั่งเขียนงานตอนกลางวันอยู่ตลอด คงทำไม่ได้หรือไม่ก็ต้องควบคุมตนเองให้ทำงานตามตารางที่วางไว้ให้ได้มากที่สุด (ซึ่งสาบานว่าตัวเองทำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ - นักศึกษาครับ ถ้าได้อ่านเรื่องที่เขียนนี้ ก็ขอให้ลืมประโยคข้างหน้านี้ไปนะ ้ามทำตาม ;)) เราต้องหาจุดอ่อนจุดแข็งของเราให้พบ ผมว่าแค่นี้ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้แล้วนะครับ

สุดท้ายผมก็เขียนวิทยานิพนธ์จนสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี สิ่งที่สำคัญคือ ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่รักทุกคน (Danke Yuan-Tzu, So Jung, Nina, Ute, Michael usw.!!!) ที่เข้าใจและอดทนเวลาที่ไปดื่มกาแฟด้วยกัน แล้วต้องฟังผมบ่นเรื่องชีวิตรันทดในระหว่างการเขียนวิทยานิพนธ์ หรือเรื่องใดๆก็ตามทั้งที่มีและไม่มีสาระ(สำหรับผู้ฟัง สำหรับผู้เล่าอย่างเราทุกอย่างมันดูมีสาระไปหมด :)) ถ้าขาดคนเหล่านี้ รสชาติของกาแฟที่ดื่มๆมาก็คงไม่อร่อย จนต้องดื่มบ่อยๆอย่างนี้แน่