Privates_02

ไม่ได้เขียนอะไรใหม่ตั้งนาน... จริงๆชีวิตมีอะไรที่ได้ทำและต้องทำเยอะมากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านไป ตั้งแต่กลับจากเยอรมนี เจออะไรต่างๆมากมาย มีพี่คนนึงเคยบอกว่าทำงานเยอะขนาดนี้เป็นทศกัณฐ์ยังงงเลย ช่างเปรียบดีจัง

เรื่องที่เล่านี่พาดพิงถึงบุคคลที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ฯลฯ มากมาย ใครรู้สึกว่าถูกรบกวนก็ขออภัยหรือไม่ก็เมล์มาบอกได้ จะได้ edit ข้อความใหม่นะครับ อ้อ!และเรื่องที่เล่าไม่เรียงลำดับนะครับ เขียนไปเรื่อยตามแต่ใจปรารถนา (พูดง่ายๆว่า ไม่มีระบบ...)

Gone with the dog ... my laptop

เรื่องแรกที่อยากเล่ามากเลยคือถูกขโมย Laptop ที่เอามาจากเยอรมนีด้วย (คุณตำรวจยังอุตส่าห์จะล้อเล่นว่า กลับมาเจอฝีมือโจรไทย -"-) โดนงัดห้องพัก...ทำเอาจิตตกไปหลายวัน จริงๆที่เสียดายไม่ใช่ตัวเครื่องเลย แต่เป็นข้อมูลและรูปภาพจำนวนหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำจากเยอรมนี บางทีคนเราก็รู้จักค่าของสิ่งของต่อเมื่อสูญเสียมันไป น่าเสียดายที่ว่าคนที่เอาไปเขาก็ไม่รู้ค่า(ทางใจและความทรงจำ)ของมัน อยากจะบอกคนพวกนี้ว่าที่เขาทำนั้นสร้างความขุ่นมัวใจให้ผมมาก การทำคนจิตตกนี่เป็นบาปมากมาย เซ็ง... (เป็ด) แต่งานนี้ก็ได้เห็นน้ำใจของคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ และพี่ๆที่ทำงานที่ช่วยปลอบใจและช่วยเหลือ ขอบคุณนะครับ อาจารย์เสาวภาค พี่นก พี่ป้อม besonders พี่ไก่ พี่สาวที่น่ารักเสมอ

หัวเราไม่ใช่หัวเรา

นอกจากเรื่องของนอกกาย ก็มีเรื่องของศีรษะก็คือ... ไปตัดผมมาน่ะครับ กรุณาดูรูปหน้าแรก เทียบกับรูปในอดีตหน้า About me (หลายท่านคงเห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว...พิจารณาเอาเองว่าเป็นพัฒนาการไปในทางดีหรือร้าย) คือต้องบอกเลยว่าหัวเราไม่ใช่หัวเราเลยนะ เวลาตัดผมนี่ อยู่ในกำกรรไกรของช่างจริงๆ อย่างที่หลายท่านคงรู้ว่า ทรงผมผู้ชายปัจจุบันก็มีแค่ทรงยาวๆรากไทรเลื้อยๆ หรือไม่ก็สั้นๆตั้งๆ ช่างที่ตัดผมให้ผมก็คงเล็งเห็นแล้วว่า หน้าตาอย่างเราเหมาะกับทรงตั้งๆนี้แหละ เออ... ตอนแรกที่เห็นตอนตัดเสร็จก็รู้สึกแปลกตาจนถึงขั้นตกใจ เพราะตอนอยู่เยอรมนีไม่เคยตัดผมสั้นขนาดนี้เลย อาจจะด้วยเหตุผลเรื่องอากาศเย็น กลัวว่าจะเป็นหวัด (กลัวทำมายกะโหลกหนาเสียขนาดนั้น) ไปตัดผมเสียเกือบตอน 4 ทุ่ม เพราะวันนั้นเครียดมาก คนตัดเขาตัดอย่างเมามันพร้อม comment บ่อยๆว่าผมเส้นใหญ่จัง (แล้วไงเหรอท่าน) กลับมาบ้านก็เครียดปนไม่มั่นใจในตนเอง แฟนเห็นก็ชมปนแสดงความยินดีว่าหน้าตาดูเด็กลง (หมายความว่าไงเนี่ยะ) แถมถ่ายรูปไว้ด้วยนะ (ภูมิใจหรือจะเอาไปประจานไม่ทราบ) ก็เลยบอกตัวเองว่า อยู่ไปกับทรงนี้ซักพักเถอะ ซึ่งก็เป็นจริงดั่งนั้น คือไม่ว่าจะไปตัดร้านอื่นใดก็ตามก็จะได้ทรงสั้นทรงเดิมกลับมา เอาเป็นว่าผมคงไม่มีโอกาสกลับมายาวอีกพักนึง จนกว่าช่างตัดผมจะลงมติกันว่า trend ผมปีหน้าจะกลับมาเป็นรองทรงสูงอีกครั้งหนึ่ง หรือจะเป็น VoKuHiLa แบบเยอรมัน (อันนี้ใครรู้ว่าคืออะไรจะให้รางวัล อิอิ)

อาชีพ...ชีวิตจริงในชั้นเรียนที่ราม และ Goethe-Institut

ส่วนเรื่องอาชีพก็ไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นการสอนที่รามคำแหงที่ต้องใช้ความพยายามและความอดทนอย่างสูง (ที่จริงนักศึกษาก็คงต้องอดทนผมพอควรทีเดียว เพราะไอ้หมอนี่มาแปลกตลอด จริงป่าว 8))) เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆทั้งทางบุคคล สถานที่และโครงสร้าง
นอกจากสอนที่รามคำแหงแล้วผมก็ยังได้มีโอกาสไปสอนอีกหลายที่ ที่แรกที่อยากจะเล่าถึงคือ
Goethe-Institut Bangkok (Danke, Ulli!) ซึ่งต้องบอกว่าสนุกมาก เพราะได้เจอพี่ๆอาจารย์ผู้สอนที่น่ารัก ได้เจอผู้เรียนที่ตื่นตัวและมีความคิดสร้างสรรค์มาก ให้ทำกิจกรรมอะไร ทำหมด แรกๆคนเรียนก็คงงงแหละว่าตาอาจารย์ให้ทำอะไรนักหนาเนี่ย แต่ท้ายๆก็ดูเหมือนจะเข้าทางกันแล้วอธิบาย 2 - 3 ประโยคก็เข้าใจว่าจะให้ทำอะไร (อะไรจะขนาดน้าน) หลังๆเล่นกันต่อไปเองเลย เป็นห้องเรียนที่เป็นห้องเรียนและไม่เป็นห้องเรียนในขณะเดียวกัน
ทีเด็ดก็คือคู่แฝดที่เสียเงินมาหลับในห้องเรียน (
NAT & NUT ขออ้างถึงหน่อยไม่โกรธกันนะ 8)) ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าจะทำไงกับเจ้า 2 คนนี้ดีที่หลับๆตื่นๆในห้อง เพราะว่าวันๆนอกจากภาษาเยอรมันแล้วก็เรียนวิชาอื่นเยอะ กว่าจะทำการบ้านหมดก็ดึกแล้ว พอซักพักผมเองก็เริ่มทนไม่ได้วิญญาณความเป็นครูก็เข้าสิง เลยประกาศออกไปอย่างชัดเจนว่า !!! ถ้าจะหลับ หลับไปเลย 15 นาที อย่าผงกหัวขึ้นๆลงๆอย่างนี้เรียนไม่รู้เรื่องหรอก (เอาสิ เอากับครูอย่างเรา คน Goethe-Institut อ่านแล้วคงมึนไปเล็กน้อย) หลับให้พอแล้วตื่นขึ้นมาอย่างสดใสและเรียนได้เต็มที่ดีกว่า พอ 2 คนได้ยินดังนั้นก็ shut down ระบบไปเลยอย่างมีสุข ทำไมเราเป็นครูแบบนี้เนี่ยะ แต่พอเค้าตื่นขึ้นมาก็สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างดีนะ แต่ว่าไปก็เค้าเป็นเด็กออกจะ hyperactive นี่ก็เลยทำได้
ตัวอย่างนี้คนที่เป็นครูคนอื่นๆคงบอกว่าผมบ้าเข้าขั้น แต่ที่ทำนี่ด้วยความเป็นห่วงเค้าจริงๆนะ ไม่ได้ประชด ... หรือคนอ่านว่าไง

ชีวิตการสอนที่อื่น

ที่ครุศาสตร์ จุฬาฯ มีโอกาสได้ไปเป็นวิทยากรสอน 2 ครั้ง นิสิตเรียนรู้ได้เร็วมากหรือจริงๆคือจำเป็นต้องเรียนรู้เร็วเพราะเจอคนสอนบ้าระห่ำใส่ข้อมูลเต็มไปหมด ตอนสอนเสร็จ เขากล่าวขอบคุณว่า ได้เรียนอะไรที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ฟังดูแล้วชักไม่มั่นใจว่าจะบอกอะไรเรา เอาเป็นว่าใช้ Motto ของผมแล้วกันว่า เรียนเยอะแล้วลืมยังดีกว่าเรียนน้อยแล้วไม่มีอะไรให้ลืม (ดีกว่าจริงหรือเปล่านี่) ... 
นอกจากนั้นก็ยังสอนโครงการอบรมสำหรับบุคคลภายนอก วันอาทิตย์ ของทางสาขาเยอรมันเอง ซึ่งคนเรียนก็หลากหลายมาก ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นจนผู้ใหญ่ คุณ
Volk ที่เรียนภาษาเยอรมันด้วยตนเองมาตั้งแต่ ม. 2 (ทำได้ไงเนี่ยะ) ที่ต้องนับถือมากคือคุณประพันธ์ที่นั่งรถจากพัทลุงมาเรียนภาษาเยอรมันที่รามคำแหงทุกวันอาทิตย์เป็นเวลา 10 สัปดาห์ติดต่อกัน (Meine Güte!) อันนี้ต้องให้เหรียญอุตสาหะ และอีกหลายคนที่มีชีวิตที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังทุกสัปดาห์ มีคนนึงท้องแก่มาก ผมยังเผลอแซวว่าถ้าจะปวดท้องคลอดก็บอกกันหน่อยแล้วกัน บางคนก็หอบหมูยอ หอบมะยงชิดมาให้ (ต้องยอมรับว่า ผมไม่รู้จักไอ้เจ้ามะยงชิดจริงๆ พึ่งกลับมาจากเยอรมนีน่ะ ตอนก่อนไปไม่เคยรู้จักมาก่อน แปลกหรือเปล่าอ่ะ) บางคนเอาเหรียญมาให้เป็นที่ระลึกอยู่บ่อยๆ ขอบคุณทุกคนมากครับสำหรับของทุกอย่าง...

ณ ปัจจุบันที่เขียน...IDO-Trainingskurs

ล่าสุดตอนนี้กำลังคบเด็กสร้างบ้าน (ล้อเล่นนน) คือได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรอบรมเตรียมความพร้อมนักเรียนมัธยมปลาย เพื่อสอบแข่งขันโอลิมปิกวิชาการภาษาเยอรมันนานาชาติ (Internationale Deutscholympiade) ซึ่งจะจัดที่เมือง Dresden ในช่วงกลางปี 2008 นี้ โอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้เจอนักเรียนอายุ 17 - 18 ที่มีแวว มีความสามารถ มีความพร้อมในการเรียนสูง เด็กกลุ่มนี้ถ้าได้รับการสนับสนุนที่ดี ผมเชื่อเลยว่าจะเป็นคนมีความสามารถในอนาคตไม่ใช่เฉพาะด้านภาษาเยอรมันเท่านั้น เชื่อเลยว่าเขาจะเป็นได้ดีกว่ารุ่นเราๆแน่นอน แต่อย่างที่บอกล่ะครับคือต้องได้รับการสนับสนุนที่ดีพอจากทุกฝ่าย (จริงๆอยากอ้างอิงถึงการตัดสินใจของที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการสอบภาษาต่างประเทศที่ 2 กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่กลัวจะออกนอกเรื่องไปเยอะ ได้แต่บอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ขาดความรับผิดชอบเป็นอย่างมาก!!!)
นักเรียนที่รักคงได้เห็นไปแล้วว่าวิทยากรแต่ละท่านดุเดือดขนาดใด ผมเองก็บ้าให้ทำ
Übung มีเด็กแซวว่าถ่ายเอกสารเยอะขนาดนี้เนี่ย โลกร้อนเพิ่มขึ้นอีก (ดูครับท่านผู้อ่าน ดูว่าครูอาจารย์สมัยนี้ต้องเจออะไร...) คงจะจริงของเขา มองในแง่ดีคือถ้าร้อนมากขึ้นก็ใช้เอกสารที่ให้ไปนั่นแหละพัดเอา จะทำไงก็ได้ใช้ให้มันเกินประโยชน์แล้วกัน... แต่ต้องบอกว่า ที่ทำไปก็ด้วยความรักอยากให้ได้ดีไงคร้าบคุณนักเรียน เข้าใจ๋ ;) ถ้ามีปัญหาเชิญคุยกับอาจารย์แม่โหน่งเองครับ (อิอิ)
จริงๆมีผลงานที่น่าสนใจของนักเรียนกลุ่มนี้อยากให้คนอื่นได้เห็น ซักพักจะเอามาให้ดูนะครับ (ต้องขออนุญาตเจ้าตัวก่อนนะครับ)
[Einige Ergebnisse HIER]

ท้ายสุด เรื่องจริงที่หลายคนไม่เชื่อ

ผมมีลูกแล้วครับ

ครับ...พี่ๆเพื่อนๆและผู้อ่านหลายคนคงไม่เชื่อ ตอนแรกๆหลายคนคิดว่าเป็นลูกหมาลูกแมว ขำกันใหญ่ พอเห็นรูปจริงก็ยังไม่เชื่อ หาว่าอำอีก ไม่อำ ของจริง ตัวเป็นๆเลย ดูรูปเป็นหลักฐานได้ ไม่ได้ขโมยใครมาครับ

24.02.2008 ... หลังคลอดมาได้ 4 วัน

07.03.08 ... เริ่มมองโลก เริ่มคิด

08.03.08 ... คิดว่า...ไม่ไหวแย้ว

09.03.08 ... นอนดีกว่า อย่าพึ่งคิดอะไรมากเลย

ชื่อ Joshua ครับ ยังอยู่ที่เยอรมนี มี Mama Nina กับ Mamu Yuan-Tzu ดูแลอยู่ น่ารักไหม หน้าเหมือนพ่อไม๊ครับ (เหมือนเนอะ หน้าบานทีเดียวเชียว มีรูปนึงมือใหญ่เป็นใบพายเลย เห็นครั้งแรกตกใจ นึกว่าได้ขนาดมือมาจากพ่อเสียแต่ยังเด็ก ดูไปดูมาเป็นเพราะมุมกล้อง) เด็กคนนี้โตขึ้นคงจะเฮพิลึก มี Patchwork Identity แน่นอน...
ถ้ามีรูปใหม่ๆจะเอามาให้ดูกันอีก โดยเฉพาะให้พี่ๆ เช่นพี่ไก่ที่รู้เรื่องตลอด อาจารย์หมี สาธิตฯ (ที่ทำหน้าไม่เชื่ออย่างแรงตอนที่ผมเล่าให้ฟัง) และอาจารยที่ Goethe-Institut หลายๆท่าน

เบื้องหลังชีวิตมีอีกเยอะ จะค่อยๆปล่อยเป็นระยะๆ (ก็คนมันประวัติเยอะอ่ะ)

Herzliche Grüße
Euer Noraseth

(Fr., d. 14.03.08)